5 สารต้องห้ามที่ห้ามใช้เครื่องสำอางทุกชนิด

77 จำนวนผู้เข้าชม  |  ข่าวสาร

5 สารต้องห้ามที่ห้ามใช้เครื่องสำอางทุกชนิด

5 สารต้องห้ามที่ห้ามใช้เครื่องสำอางทุกชนิด อะไรบ้าง?

ปัจจุบัน มีผลิตภัณฑ์สกินแคร์ และ เครื่องสำอาง ออกมาวางจำหน่ายในท้องตลาดมากมายหลากหลายแบรนด์ แต่เราจะมั่นใจได้อย่างไร ว่า ผลิตภัณฑ์ ที่วางจำหน่ายเหล่านั้น ปลอดภัย และ ไม่ทิ้งสารตกค้าง ต่อร่างกาย โดยต้องปราศจากสารต้องห้าม 5 รายการดังนี้

1. สารไฮโดรควิโนน (Hydroquinone)
 

มักพบในครีมลอกฝ้า จะช่วยให้ผิวหน้าขาวขึ้นในระยะแรกๆ สารนี้ออกฤทธิ์ลดการสร้างเมลานิน โดยขัดขวางเอนไซม์ไทโรซิเนสในการออกซิไดซ์ไทโรซิน ในขั้นตอนแรกของการสร้างเมลานิน ผลคือลดการสร้างเมลานินของไฮโดรควิโนนเป็นเพียงชั่วคราว หากหยุดใช้จะกลับเป็นอย่างเดิมหรือเป็นมากกว่าเดิม  ไฮโดรควิโนนมักทำให้เกิดการระคายเคือง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อใช้ร่วมกับกรดวิตามินเอ และหากใช้ไฮโดรควิโนนติดต่อกันเป็นเวลานานเกินกว่า 6 เดือน จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของเนื้อเยื่อภายในผิวหนังทำให้เกิดเป็นฝ้าถาวรน้ำเงินอมดำ ดังนั้น ไฮโดรควิโนนจึงถูกกำหนดเป็นสารห้ามใช้เป็นส่วนผสมในเครื่องสำอาง ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขฉบับที่ 25 (พ.ศ. 2539) ออกตามความในพระราชบัญญัติเครื่องสำอาง พ.ศ.2535

2. ปรอทแอมโมเนีย (Ammoniated Mercury)

ใช้มากในเครื่องสำอาง เหมือนกับไฮโดรควิโนนโดยนำมาผลิตเป็นเครื่องสำอางป้องกันฝ้า ส่วนใหญ่เรียกว่าครีมไข่มุกปรอทแอมโมเนีย จะเข้าไปรบกวนเอนไซม์ไทโรซิเนส โดยรวมตัวกับโปรตีนซึ่งเป็นส่วนประกอบของเอนไซม์ หรือการจับกับไอออน ทองแดงที่มีอยู่ในเอนไซม์ ทำให้ลดการสร้างเมลานิน

เมลานิน การใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของปรอทแอมโมเนียติดต่อกันเป็นเวลานาน ทำให้เกิดอาการแพ้ ผื่นแดง ผิวหน้าดำ ผิวบางลง เกิดพิษสะสมของสารปรอท ทำให้เกิดทางเดินปัสสาวะและไตอักเสบ ทำให้มีการสะสมปรอทในผิวหนัง และดูดซึมเข้าสู่กระแสโลหิต ทำให้ตับ และไตพิการ โรคโลหิตจาง เป็นต้น ปรอทแอมโมเนียถูกกำหนดเป็นสารต้องห้ามในเครื่องสำอางตั้งแต่ พ.ศ. 2532 ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขฉบับที่ 37 พ.ศ. 2532 ออกตามพระราชบัญญัติ พ.ศ. 2517 และยังคงห้ามใช้ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขฉบับที่ 9 พ.ศ. 2536 ออกตามความในพระราชบัญญัติเครื่องสำอาง พ.ศ. 2535

3. กรดวิตามิน A (Vitamin A acid , Tretinoin , Retinoic acid)

แพร่หลายจากการที่ร้านค้า บางร้านแนะนำ โดยหาซื้อได้ง่าย โดยสรรพคุณของมันจะช่วย ให้สิวอักเสบเร่งการลอกเซลล์ผิว ผลที่ได้ หากใช้ในปริมาณที่เหมาะสม มีแพทย์ควบคุม จะเป็นยารักษาที่ดีในการรักษาสิว และลบริ้วรอย แต่หากมากเกินไป หรือใช้อย่างไม่ถูกต้อง ผลเสียเมื่อใช้แล้วหน้าแดง แพ้รุนแรง แสบร้อนรุนแรง เกิดการอักเสบและผิวหนังลอกอย่างรุนแรง

4. สารสเตียรอยด์ (Steroids)


สเตียรอยด์ มีประโยชน์หากใช้ในจำนวนที่เหมาะสมตามที่แพทย์กำหนด สามารถใช้รักษาโรคผิวหนัง โรคภูมิแพ้ได้ แต่ถ้าใช้ไม่ระวังก็อาจทำให้เกิดผลค้างเคียงได้ เช่น เลือดออกในกระเพาอาหาร ยับยั้งการเติบโตในเด็ก อาจทำให้ผู้ป่วยเบาหวานไม่สามารถควบคุมน้ำตาลในเลือดได้ รวมทั้งไปกดภูมิคุ้มกันโรค จนทำให้ร่างกายอ่อนแอ

5. สารตะกั่ว (Lead)

จัดเป็นวัตถุที่ห้ามใช้เป็นส่วนผสมในการผลิตเครื่องสำอาง เพราะเหตุนี้หากถูกดูดซึมเข้าสู่ร่างกายจะก่อให้เกิดอาการปวดบิดในท้องอย่างรุนแรงโดยหาสาเหตุไม่พบ ร่วมกับอาการท้องผูก หรือไม่ก็ถ่ายเป็นเลือดอาจมีอาการซีด อ่อนแรง เนื่องจากเม็ดเลือดแดงถูกทำลายเร็วขึ้น และลดอัตราการสร้างเม็ดเลือดแดง ระบบประสาททั่วร่างกายผิดปกติ กฎหมายกำหนดไว้ว่า อาจพบสารตะกั่วได้ในอัตราส่วนไม่เกิน 20 ส่วนในล้านส่วนโดยน้ำหนัก หากพบว่าผลิตภัณฑ์ใดมีสารตะกั่วเกินกว่านี้ จะเข้าข่ายเป็นเครื่องสำอางที่ไม่ปลอดภัย

 

ทั้งหมดนี้เป็นเพียงสารอันตรายส่วนหนึ่งเท่านั้นที่ปนเปื้อนอยู่ในเครื่องสำอางในปัจจุบัน ก่อนเลือกซื้อในครั้งต่อไปสาวๆ ควรจะพิจารณาถึงคุณภาพของผลิตภัณฑ์ให้ละเอียดเสียก่อน หรือลองหาผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมจากธรรมชาติมาใช้ เพื่อความปลอดภัยต่อสุขภาพ และคงความงามให้อยู่คู่กับสาวๆ ไปนานๆ